จริงๆแล้ววันนี้ไม่มีเรียน
และสมควรต้องอยู่บ้านอ่านหนังสือ เพราะพรุ่งนี้สอบมิดเทอมโฮเตล
แต่ทว่า.. อย่างที่บอกว่างานเข้า
ก็เลยต้องไปแต่เช้า
ตอนเช้านั่งทบทวนได้หน่อย พอซัก 10 ก็กินข้าวเที่ยง
เพราะอาจารย์นัดเที่ยง กลัวไม่ได้กินข้าวไง
เสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปมน.2
แต่เจอน้องปี 1 อยู่ใต้ตึก บอกว่าเข้าห้องสมุดสาขาไม่ได้
เพราะคนเฝ้าไม่อยู่
อ่านะ.. คนเฝ้าคนนี้มันไม่เคยจะสนใจสิ่งใดๆ
เอ่อร์.. ก็เลยไปตามมล กะ ดล อะไรพวกนี้ที่ซุ้ม
แล้วนุ่นก็เลยช่วยมัดผมให้
จากนั้นก็ยกขบวนกันไปในห้องสมุดสาขา
นั่งรอเวลา ระหว่างนั้นได้ทำยุ๊พ สรุปบทที่ 7 เสร็จแระ แล้วก็หาเรื่องที่จะพรีเซ้นต์ได้แล้ว
แต่รอให้เค้าคอนเฟิร์มอีกทีจะดีกว่า
จากนั้น อาจารย์ก็เรียกตัวไป มีรถมารับใต้ตึก
ไปที่สถาบันอาหาร (มันคือตึกข้างๆตึก 50 ปี ที่เคยพาพวกจูริ และ เมกุมิ มากินข้าวนั่นแหละ)
ไปถึง ตอนแรกนึกว่าจะได้กินข้าวกับเชฟ จะได้คุยกันบ้างเล็กน้อยก่อน
แต่ปรากฏว่าเชฟเค้าหนีไปกินMK ซะงั้น
ก็เลยนะ..กินกันเอง 7 คน อาจารย์หนึ่ง นิสิตหก
แล้วก็ซักพักก็มีพวกพี่เจ้าหน้าที่เข้ามากินด้วยเล็กน้อย
แล้วได้ยินว่าเชฟกลับมาแล้ว กำลังเตรียมงานอยู่บนชั้น 7 ที่จัดงาน
ก็เลยขึ้นไปกัน แต่ดูเค้ายุ่งๆอยู่เลยไม่กล้าเข้าไปยุ่ง

ก็นั่งดูๆศัพท์กันเล็กน้อยก่อน แล้วพอดีเห็นว่าเชฟคนนึงเค้าเอาหม้อมาตั้งในห้อง
คือมันเป็นห้องฟังบรรยายแหละ แต่ตรงเวทีข้างหน้ามันมีเตาอะไรพร้อม
เหมือนไว้สาธิตการทำอาหารโดยเฉพาะไรงี้
ก็เลยถามอาจารย์ว่า เราจะขอเค้าดูได้มั้ย
อาจารย์ก็ช่วยไปถามให้ เค้าก็บอกให้ดูได้ แต่ว่า จากนั้นเค้าก็จากไป
คือแบบ เหมือนเค้าแค่เอามาตั้งๆแป็บนึง เอาสาหร่ายออก แล้วก็ใส่เกลือ แล้วเสร็จ
แต่จริงๆ ห้องที่เค้าทำอะ อยู่ข้างๆ
พวกเราก็ไปด้อมๆมองๆ จนอาจารย์ญี่ปุ่นอีกคนที่เค้าดูแล ก็บอกว่าเข้าไปได้
แต่ว่าห้ามจับอะไรทั้งนั้น ห้ามส่งเสียงดังไรงี้ด้วย
แต่ด้วยความที่ได้แต่ยืนอยู่ตรงมุมประตู ดูห่างๆ เลยไม่ค่อยเห็นความเคลื่อนไหวเท่าไหร่
สภาพในห้อง เหมือนเป็นครัวประมาณ 4 เค้าเตอร์ได้
เชฟแต่ละคนก็ไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่ มีแต่คนที่ดูอายุมากกว่าจะสั่งโน่นนี่นิดหน่อย
บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด
จนกระทั่ง มีเชฟคนนึง (หนุ่มที่สุด) เดินมาหยิบของแถวประตู
เค้าก็ทักพวกเรา "โอ้ คนนิจิวะ"
หลังจากนั้นการสนทนาก็เริ่มขึ้น
พวกเราได้เข้าไปดูใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย
และไม่รู้ว่าเชฟจะรำคาญรึเปล่า เพราะเข้าไปตั้ง 7 คน ก็เลยบอกว่า
เนี่ยจะพูดประมาณนี้แหละ ส่งชีทมาให้ มีประมาณ 3 หน้า
คันจิมากมาย เอ่อ เห็นแล้วตาลายเล็กน้อย
แต่ก็เอาออกมาช่วยกันอ่าน
มลโปรมาก ใหม่ก็แปลเร็ว (เค้านักแปลน่ะ) ส่วนกรู ได้แต่เดาความไปข้างเดียว 555+
ตอนหลังเค้าก็ให้ไปซีร็อก ได้กันคนละชุด เริ่มนั่งแยกคู่ใครคู่มัน
หมกมุ่นกับการแปลเอกสาร
ซักพักงานก็เริ่ม ก็มีอาจารย์จากม.เกียวโตมาบรรยาย เรื่องไรซักอย่างเนี่ยแหละ
แต่บรรยายเป็นภาษาอังกฤษอะ
ตอนหลังก็แนะนำเชฟ แล้วก็แยกกลุ่มกันไป
โบว์มันเข้าไปเร็ว รีบเข้าไปหาเชฟหนุ่มสุด
(ดูเฟรนลี่สุดด้วย เพราะเป็นคนเดียวที่เข้ามาดูพวกเราตอนได้ชีทไป แล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่า รู้เรื่องมั้ย)
แล้วก็เริ่มงาน
ตอนแรกโบว์ก็แปลก่อน ง่ายๆน่ะ แนะนำตัวไรงี้
ตอนหลังก็เราแปลเอง
แล้วมันก็.. อะไรวะ?? แปลไม่ออก งง เฮ้ย เด๋ว
ถึงเวลานั้น ต้องแปลเอาดาบหน้า
มีอาจารย์เดินชะแว้บมาดูเล็กน้อย (ดันมาเห็นตอนแปลไม่ค่อยได้อีกนะ กลุ้มใจ)
แต่คือตอนนั้นอะ ก็แปลแบบเดาๆไปแล้วแหละ
(ตอนหลังอาจารย์มากระซิบความหมาย ซึ่งที่แปลไปก็ถูกแล้วแหละ)
แล้วก็มีชิมน้ำซุปไรงี้
สนุกดี แต่เหนื่อยหน่อย
ตอนหลังมีได้คุยเล่นกันเล็กน้อย
เค้าแจกนามบัตรให้ดล แล้วก็พวกผู้เข้าร่วมอีกบางคน
เค้าชวนให้ไปกิน
(อยากได้ด้วยอะ แต่ก็มะเป็นไร ดลบอกว่าเด๋วไปกินด้วยกัน)
(กลุ่มเรานี่ทำช้าสุดเลยแฮะ)

ตอนหลังคนมาชิมเยอะมาก มาจากไหนไม่รู้
แล้วก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
จบงาน
เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกวันหนึ่ง
ถึงแม้ต้องแลกกับเวลาอ่านหนังสือสอบวิชาอ.คาซูมิก็เหอะนะ
ถือว่าคุ้ม
เป็นการฝึกงานที่จะทำในอนาคต 555+
จริงๆ นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้แปลอย่าง(ค่อนข้าง)เป็นงานเป็นการ
ก่อนหน้านี้เคยแปลให้คิซาโกะฟัง (แปลไทยเป็นญี่ปุ่น)
รู้สึกว่าแปลไทยเป็นญี่ปุ่นง่ายกว่าแฮะ?
หรือเพราะชินก็ไม่รู้
เพราะไม่ว่าจะรายงาน สปีช หรือเวลาคุยกะเพื่อนญี่ปุ่น
มันต้องใช้ทักษะแปลไทยเป็นญี่ปุ่นมากกว่าอะ
เวลาแปลญี่ปุ่นเป็นไทย มันยากนะ เพราะเราเข้าใจของเราเอง
แต่ทำไงให้คนอื่นที่เค้าไม่ได้รู้จักวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งเหมือนพวกเราเข้าใจด้วย?
นี่แหละที่มันยากน่ะ ความยากของล่าม นั่นเอง
ปล.1. วันนี้ต้องรวบผม หน้าเอ๋อมาก เหอๆ
ปล.2. ล่ามนี่ยากแฮะ แต่ก็สนุกจัง อยากทำอีก
ปล.3. อยากรู้ว่าเด็กญี่ปุ่น 2 คนที่มาร่วมวันนี้(ตอนท้าย) เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้
ปล.4. พรุ่งนี้ต้องสู้ต่อไป ทาเคชิ
ปล.5. สรุปว่าทำเรื่องรักษาสถานภาพนิสิตยังไงล่ะ?
ปล.6. วันนี้อาจารย์ภูมิใจนำเสนอนร.แลกเปลี่ยนจะไปเกียวโตมากมายค่ะ
ปล.7. ลืมบอกไปว่า อาหารที่เค้าสาธิตวันนี้คือ ดาชิ หรือ น้ำซุปญี่ปุ่นนั้นเอง แล้วก็มีซูชิหน้าปลาไหลให้ลองชิมกันด้วยแหละ อร่อยดีๆ
และสมควรต้องอยู่บ้านอ่านหนังสือ เพราะพรุ่งนี้สอบมิดเทอมโฮเตล
แต่ทว่า.. อย่างที่บอกว่างานเข้า
ก็เลยต้องไปแต่เช้า
ตอนเช้านั่งทบทวนได้หน่อย พอซัก 10 ก็กินข้าวเที่ยง
เพราะอาจารย์นัดเที่ยง กลัวไม่ได้กินข้าวไง
เสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปมน.2
แต่เจอน้องปี 1 อยู่ใต้ตึก บอกว่าเข้าห้องสมุดสาขาไม่ได้
เพราะคนเฝ้าไม่อยู่
อ่านะ.. คนเฝ้าคนนี้มันไม่เคยจะสนใจสิ่งใดๆ
เอ่อร์.. ก็เลยไปตามมล กะ ดล อะไรพวกนี้ที่ซุ้ม
แล้วนุ่นก็เลยช่วยมัดผมให้
จากนั้นก็ยกขบวนกันไปในห้องสมุดสาขา
นั่งรอเวลา ระหว่างนั้นได้ทำยุ๊พ สรุปบทที่ 7 เสร็จแระ แล้วก็หาเรื่องที่จะพรีเซ้นต์ได้แล้ว
แต่รอให้เค้าคอนเฟิร์มอีกทีจะดีกว่า
จากนั้น อาจารย์ก็เรียกตัวไป มีรถมารับใต้ตึก
ไปที่สถาบันอาหาร (มันคือตึกข้างๆตึก 50 ปี ที่เคยพาพวกจูริ และ เมกุมิ มากินข้าวนั่นแหละ)
ไปถึง ตอนแรกนึกว่าจะได้กินข้าวกับเชฟ จะได้คุยกันบ้างเล็กน้อยก่อน
แต่ปรากฏว่าเชฟเค้าหนีไปกินMK ซะงั้น
ก็เลยนะ..กินกันเอง 7 คน อาจารย์หนึ่ง นิสิตหก
แล้วก็ซักพักก็มีพวกพี่เจ้าหน้าที่เข้ามากินด้วยเล็กน้อย
แล้วได้ยินว่าเชฟกลับมาแล้ว กำลังเตรียมงานอยู่บนชั้น 7 ที่จัดงาน
ก็เลยขึ้นไปกัน แต่ดูเค้ายุ่งๆอยู่เลยไม่กล้าเข้าไปยุ่ง

ก็นั่งดูๆศัพท์กันเล็กน้อยก่อน แล้วพอดีเห็นว่าเชฟคนนึงเค้าเอาหม้อมาตั้งในห้อง
คือมันเป็นห้องฟังบรรยายแหละ แต่ตรงเวทีข้างหน้ามันมีเตาอะไรพร้อม
เหมือนไว้สาธิตการทำอาหารโดยเฉพาะไรงี้
ก็เลยถามอาจารย์ว่า เราจะขอเค้าดูได้มั้ย
อาจารย์ก็ช่วยไปถามให้ เค้าก็บอกให้ดูได้ แต่ว่า จากนั้นเค้าก็จากไป
คือแบบ เหมือนเค้าแค่เอามาตั้งๆแป็บนึง เอาสาหร่ายออก แล้วก็ใส่เกลือ แล้วเสร็จ
แต่จริงๆ ห้องที่เค้าทำอะ อยู่ข้างๆ
พวกเราก็ไปด้อมๆมองๆ จนอาจารย์ญี่ปุ่นอีกคนที่เค้าดูแล ก็บอกว่าเข้าไปได้
แต่ว่าห้ามจับอะไรทั้งนั้น ห้ามส่งเสียงดังไรงี้ด้วย
แต่ด้วยความที่ได้แต่ยืนอยู่ตรงมุมประตู ดูห่างๆ เลยไม่ค่อยเห็นความเคลื่อนไหวเท่าไหร่
สภาพในห้อง เหมือนเป็นครัวประมาณ 4 เค้าเตอร์ได้
เชฟแต่ละคนก็ไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่ มีแต่คนที่ดูอายุมากกว่าจะสั่งโน่นนี่นิดหน่อย
บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด
จนกระทั่ง มีเชฟคนนึง (หนุ่มที่สุด) เดินมาหยิบของแถวประตู
เค้าก็ทักพวกเรา "โอ้ คนนิจิวะ"
หลังจากนั้นการสนทนาก็เริ่มขึ้น
พวกเราได้เข้าไปดูใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย
และไม่รู้ว่าเชฟจะรำคาญรึเปล่า เพราะเข้าไปตั้ง 7 คน ก็เลยบอกว่า
เนี่ยจะพูดประมาณนี้แหละ ส่งชีทมาให้ มีประมาณ 3 หน้า
คันจิมากมาย เอ่อ เห็นแล้วตาลายเล็กน้อย
แต่ก็เอาออกมาช่วยกันอ่าน
มลโปรมาก ใหม่ก็แปลเร็ว (เค้านักแปลน่ะ) ส่วนกรู ได้แต่เดาความไปข้างเดียว 555+
ตอนหลังเค้าก็ให้ไปซีร็อก ได้กันคนละชุด เริ่มนั่งแยกคู่ใครคู่มัน
หมกมุ่นกับการแปลเอกสาร
ซักพักงานก็เริ่ม ก็มีอาจารย์จากม.เกียวโตมาบรรยาย เรื่องไรซักอย่างเนี่ยแหละ
แต่บรรยายเป็นภาษาอังกฤษอะ
ตอนหลังก็แนะนำเชฟ แล้วก็แยกกลุ่มกันไป
โบว์มันเข้าไปเร็ว รีบเข้าไปหาเชฟหนุ่มสุด
(ดูเฟรนลี่สุดด้วย เพราะเป็นคนเดียวที่เข้ามาดูพวกเราตอนได้ชีทไป แล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่า รู้เรื่องมั้ย)
แล้วก็เริ่มงาน
ตอนแรกโบว์ก็แปลก่อน ง่ายๆน่ะ แนะนำตัวไรงี้
ตอนหลังก็เราแปลเอง
แล้วมันก็.. อะไรวะ?? แปลไม่ออก งง เฮ้ย เด๋ว
ถึงเวลานั้น ต้องแปลเอาดาบหน้า
มีอาจารย์เดินชะแว้บมาดูเล็กน้อย (ดันมาเห็นตอนแปลไม่ค่อยได้อีกนะ กลุ้มใจ)
แต่คือตอนนั้นอะ ก็แปลแบบเดาๆไปแล้วแหละ
(ตอนหลังอาจารย์มากระซิบความหมาย ซึ่งที่แปลไปก็ถูกแล้วแหละ)
แล้วก็มีชิมน้ำซุปไรงี้
สนุกดี แต่เหนื่อยหน่อย
ตอนหลังมีได้คุยเล่นกันเล็กน้อย
เค้าแจกนามบัตรให้ดล แล้วก็พวกผู้เข้าร่วมอีกบางคน
เค้าชวนให้ไปกิน
(อยากได้ด้วยอะ แต่ก็มะเป็นไร ดลบอกว่าเด๋วไปกินด้วยกัน)
(กลุ่มเรานี่ทำช้าสุดเลยแฮะ)

ตอนหลังคนมาชิมเยอะมาก มาจากไหนไม่รู้
แล้วก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
จบงาน
เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกวันหนึ่ง
ถึงแม้ต้องแลกกับเวลาอ่านหนังสือสอบวิชาอ.คาซูมิก็เหอะนะ
ถือว่าคุ้ม
เป็นการฝึกงานที่จะทำในอนาคต 555+
จริงๆ นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้แปลอย่าง(ค่อนข้าง)เป็นงานเป็นการ
ก่อนหน้านี้เคยแปลให้คิซาโกะฟัง (แปลไทยเป็นญี่ปุ่น)
รู้สึกว่าแปลไทยเป็นญี่ปุ่นง่ายกว่าแฮะ?
หรือเพราะชินก็ไม่รู้
เพราะไม่ว่าจะรายงาน สปีช หรือเวลาคุยกะเพื่อนญี่ปุ่น
มันต้องใช้ทักษะแปลไทยเป็นญี่ปุ่นมากกว่าอะ
เวลาแปลญี่ปุ่นเป็นไทย มันยากนะ เพราะเราเข้าใจของเราเอง
แต่ทำไงให้คนอื่นที่เค้าไม่ได้รู้จักวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งเหมือนพวกเราเข้าใจด้วย?
นี่แหละที่มันยากน่ะ ความยากของล่าม นั่นเอง
ปล.1. วันนี้ต้องรวบผม หน้าเอ๋อมาก เหอๆ
ปล.2. ล่ามนี่ยากแฮะ แต่ก็สนุกจัง อยากทำอีก
ปล.3. อยากรู้ว่าเด็กญี่ปุ่น 2 คนที่มาร่วมวันนี้(ตอนท้าย) เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้
ปล.4. พรุ่งนี้ต้องสู้ต่อไป ทาเคชิ
ปล.5. สรุปว่าทำเรื่องรักษาสถานภาพนิสิตยังไงล่ะ?
ปล.6. วันนี้อาจารย์ภูมิใจนำเสนอนร.แลกเปลี่ยนจะไปเกียวโตมากมายค่ะ
ปล.7. ลืมบอกไปว่า อาหารที่เค้าสาธิตวันนี้คือ ดาชิ หรือ น้ำซุปญี่ปุ่นนั้นเอง แล้วก็มีซูชิหน้าปลาไหลให้ลองชิมกันด้วยแหละ อร่อยดีๆ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น