วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

残り17日

วันนี้ตื่นสายอีกแล้ว หุหุ ดีใจๆ
แต่ว่าหลับไม่ค่อยเต็มที่หรอกตอนเช้า
เนื่องจากไม่ได้คาดผ้าปิดตา

เออแปลก ตะก่อนไม่เคยใช้ผ้าปิดตาเลยนะ จะสายแค่ไหนกรูก็สามารถ
แต่ตั้งแต่เริ่มใช้
(เพราะเวลานอนที่กองฯ มันสว่างโคต
รๆ แถมยังหนวกหูอีก)
ก็รู้สึกว่า ถ้ามันสว่างจะนอนไม่ค่อยสบายแล้ว แย่จังๆ
แต่ถ้าคิดในแง่ดี ก็ดีแระจะ
ได้ไม่ตื่นสาย

วันนี้ก็ช่วงเช้า(จริงๆก็จะเที่ยงแระ)ไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไหร่เน้นกินมากกว่า
แล้วก็เก็บกวาดห้องเล็กน้อย
ค่อยลงมือพยายามอ่านหนังสือ
ไปเรื่อยๆ
พักกินข้าวแป็บนึง
ทำไปพักไป (ให้มันได้อย่างงี้สิ)

จนประมาณบ่ายสามกว่าๆ
เริ่มพอแระ
ลงไปเอ็กเซอร์ไซด์เล็กน้อย
แล้วก็เริ่มดูทีวียาว
ช่วงนี้เริ่มดู she's got a look
เป็นการแข่งขันคุณป้าๆ มาเป็นนางแบบ (ผู้เข้าแข่งขันนี่ 35 อัพน่ะ)
แล้วก็มีการเกลียดกัน มันส์ดี เหอๆ
กินข้าว แล้วก็ต่อด้วยทีวีแชมป์เปี้ยน 555+

เฮ้อออ พอลองๆมาคิดดูนะ เห็นด้วยอย่างที่มีคนเคยมาพูดให้ฟังแล้วแหละ
อารมณ์ว่า สรุปกรูจะเป็นตัวของตัวเองไม่ได้เลยใช่มั้ย?
มันอะไรหนักหนา เพิ่งจะตรัสรู้(อย่างถ่องแท้เที่ยงตรง)ก็คราวนี้
ว่าเอเวอรี่บาดี้ ชอบความเสแสร้ง
เฮ้อ... สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน.. ช่างมีหลากหลาย
ไอ้ที่จริงใจใส่กันมันก็มี (ก็พวกเราไง) แต่ส่วนใหญ่มักจะชอบเฟค
ในแง่ของเฟคทั้ง 2 ทางนะ คือชอบเฟคใส่
คนอื่น และชอบให้คนอื่นเฟคใส่
มันเป็นบ้าอะไร?

เราลองมานั่งๆนึกดู
อืม.. ถ้าเกลียดกรู ก็แสดงออกมาเรยสิจะได้รู้ จะได้ทราบกันไป
อืม.. ไม่พอใจอะไรก็พูดมาสิ จะได้รู้
จะได้ปรับปรุง ถ้าทำได้
อืม.. คิดยังไง รู้สึกยังไงก็ว่ามาสิ จะได้เข้าใจกัน
มัวแต่กลัวว่าเค้าจะเกลียดเรา
มัวแต่กลัวว่าจะไม่ถูกยอมรับ
มัวแต่กลัวว่าจะไม่มีเพื่อน
มัวแต่กลัวว่าเราจะถูกเอาไปนินทา

กรูโดนมาหมดแระ
แล้วเป็นไง? สุดท้ายก็ยังหายใจตัวเป็นๆอยู่นี่
ไม่รู้ว่าเข้าข้างตัวเองรึป่าว แต่แม้ในช่วงวิกฤตที่สุด เราก็ยังมีเพื่อน
อย่างน้อยก็พวกแกๆๆๆๆๆ
(ชาลิ อีมุ พร้อมเพื่อน ฯลฯ)
ที่ทั้งๆที่พอมองย้อนกลับไปแล้วสมัยม.ปลาย
เรานั้นช่างทำตัวได้น่ารังเกียจกว่า
นี้มาก
แต่ทำไมเพื่อนๆเหล่านี้จึงยอมรับ และเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนทุกวันนี้?

(ตุ๊กตาก.ท. เคยอยากได้มาก เพราะมันถอดกุงเกงได้
แต่มีแค่ตุ๊กตาอัสสัมน่ะ เพราะไม่เคยมี bf เป็นเดะคริสเตียน T^T)



อ่านะก็ต้องมานั่งขบคิดกันต่อไป
ย้อนกลับมาดูตัวเองบ้างเถอะ เคยมีสักครั้งมั้ยที่พูดถึงเพื่อนที่โรงเรียน
เคยมีสักครั้งมั้ยที่พูดถึงเพื่อนสนิท?
หรืออาจเพราะเราลึกซึ้งกันไม่มากพอก็ได้ละมั้ง? ถึงไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าต่างๆเหล่านั้น

ที่พูดนี่ตั้งใจจะสื่ออะไร?
แค่อยากจะบอกว่า วิธีการทำรายงานของแต่ละคนมันต่างกัน
แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหนฟระ??????
เออ ก็จะให้มันเกี่ยวอะ
บางคนง่ายเข้าว่า แต่บางคนขอให้เลิศเป็นพอ
(ซึ่งกรูเป็นประเภทที่สอง)
ถึงแม้ว่าจะเคยพูดไปแล้วตอนพรีเซ้นต์ แต่เพราะอย่างงั้นไม่ใช่หรอที่มันควรจะเขียนลงไปในรายงานด้วย?
ไม่รู้ว่ะ แต่เชื่อมันในความคิดตัวเอง
เพราะที่ผ่านมาไม่เคยทำรายงานแพ้ใคร
(คิดเองเออเอง จริงๆไม่เคยอ่านรายงานคนอื่นหรอก 555+)
ก็แค่มั่นใจในฝีมือตัวเองอะ ได้ปะละ

นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่า เพราะเหตุใด ทั้งๆที่ไม่ค่อยจะช่ำชองในภาษาญี่ปุ่น
แต่วิชาอื่นไม่เคยพลาด
(แต่เทอมนี้ GPA อาจลดเพราะเรียนแต่ญี่ปุ่นนี่แล)
เก็ตบ่?

ปล.1. พรุ่งนี้พรีเซ้นต์วิชาอ.โมงิ แบบขำๆ
ปล.2. จากประสบการณ์ทำงานกับ 2 กลุ่มคน ช่างแตกต่าง
ปล.3. มั่นใจในภาวะผู้นำ ว่ากรูมี (และดีด้วย ไม่อยากจะชมตัวเองหรอก)
ปล.4. มั่นใจในความคิดและไอเดียของตัวเอง
ปล.5. มั่นใจในตัวเอง เป็นคนอย่างงี้ ใครจะทำไม? แน่จริงอยากพูดอะไรก็พูดเส่ะ!
ปล.6. โน๊ตบุ๊คมีชิ้นส่วนที่ทำจากเหล็ก มันจะเอาขึ้นเครื่องได้ปะวะ? เป็นกังวล
(ทำไมอยู่ดีๆเปลี่ยนเรื่อง? เค้าเรียกสภาวะวุ่นวาย)



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น