จริงๆช่วงก่อนหน้านี้ก็อัพบล็อกไปบ้างแล้วแหละ
แต่เวป หรือ โน๊ตบุ๊คมันเป็นไรไม่รู้ งงๆ
เลยเหมือนไม่ได้อัพซะงั้น
ช่วงนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 2-3 เดือนที่ได้อยู่บ้านแบบจริงๆจังๆไม่ได้ออกไปไหนเลย
ปกติ ถึงแม้ว่าอยู่บ้านไม่ได้ไปไหน
แต่ตอนเย็นๆก็จะออกไปกินข้าวกับคุณแฟนเกือบทุกวัน
ยกเว้นบางวันที่ฮีไม่ว่าง แต่ว่าก็ออกไปทำกิจกรรมโน่นนี่นอกบ้าน
เช่น ช้อปปิ้งเป็นต้น
อาทิตย์นี้ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายก่อนเปิดเทอม
การเรียนยังไม่จบไม่สิ้น ทั้งๆที่เอียนจะแย่แล้ว
เคยตั้งปณิธานไว้ว่า ชั้นจะไม่เรียนป.โทอย่างแน่นอน
ยกเว้นแต่ว่าจะได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่น
เหตุผลง่ายๆคือ เพราะไม่อยากทำวิทยานิพนธ์
มันและดูยากส์ และ ยากส์ และยากส์มากๆ
แต่ไหงกลายเป็นว่าชั้นต้องเรียนต่อป.โท แถมเป็นแบบเต็มเวลาเสียด้วย
ความฝันจะได้เป็นออฟฟิสเลดี้ของฉันก็มีอันต้องพังทลาย
เอาเถอะอย่างน้อยๆก็ได้เรียนในที่ใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ
ถึงแม้การปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆนี้จะเป็นเรื่องที่วุ่นวายน่าปวดห้ว
แต่ก็ดีกว่าเรียนที่เดิมมากมายนัก
เพราะถ้าเรียนต่อที่เดิมอีก จะกลายเป็นว่าต้องอยู่แต่ที่เดิมๆเป็น 20 ปีเลยทีเดียว
ขอเบื่อบ้างอะไรบ้างเหอะ
แต่ที่แย่ไปกว่าการต้องปรับตัวกับสถานที่ ผู้คน และการเดินทางแล้ว
คือการปรับตัวเข้ากับเนื้อหา และวิธีการเรียนแบบใหม่ๆ
จะรอดมั้ย??
ต้องมานั่งอ่านหนังสือเตรียมตัวล่วงหน้า
ต้องคอยอ่านทบทวน
ต้องอเลิร์ตขวนขวายทำอะไรเองอยู่ตลอดเวลา มันช่าง..เหนื่อยยิ่งนัก
แม้หลักสูตรจะเขียนไว้ว่า 2 ปี
แต่ไหง มีพี่ปี 3 ปี 4 ได้หว่า??
เล่นเอาใจเสียไปเลยทีเดียว
นอกเรื่องไปไกล
เอาเป็นว่าช่วงนี้อยู่บ้านมากก็เบื่อ
ไอ้ช่วงไหนที่ออกจากบ้านทุกวันก็อยากอยู่บ้าน
มันช่างเป็นอะไรที่ไม่ลงตัวเสียที
เล่นเน็ตก็แล้ว ดูทีวีก็แล้ว เล่นเกมก็แล้ว
ทำยังไงมันก็เบื่อ..
ยกเว้นแต่ว่าจะได้ออกไปช้อปปิ้ง > <
แต่ว่าช่วงนี้เผอิญว่าเป็นโรคทรัพย์จาง.. อดไป..
แต่เวป หรือ โน๊ตบุ๊คมันเป็นไรไม่รู้ งงๆ
เลยเหมือนไม่ได้อัพซะงั้น
ช่วงนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 2-3 เดือนที่ได้อยู่บ้านแบบจริงๆจังๆไม่ได้ออกไปไหนเลย
ปกติ ถึงแม้ว่าอยู่บ้านไม่ได้ไปไหน
แต่ตอนเย็นๆก็จะออกไปกินข้าวกับคุณแฟนเกือบทุกวัน
ยกเว้นบางวันที่ฮีไม่ว่าง แต่ว่าก็ออกไปทำกิจกรรมโน่นนี่นอกบ้าน
เช่น ช้อปปิ้งเป็นต้น
อาทิตย์นี้ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายก่อนเปิดเทอม
การเรียนยังไม่จบไม่สิ้น ทั้งๆที่เอียนจะแย่แล้ว
เคยตั้งปณิธานไว้ว่า ชั้นจะไม่เรียนป.โทอย่างแน่นอน
ยกเว้นแต่ว่าจะได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่น
เหตุผลง่ายๆคือ เพราะไม่อยากทำวิทยานิพนธ์
มันและดูยากส์ และ ยากส์ และยากส์มากๆ
แต่ไหงกลายเป็นว่าชั้นต้องเรียนต่อป.โท แถมเป็นแบบเต็มเวลาเสียด้วย
ความฝันจะได้เป็นออฟฟิสเลดี้ของฉันก็มีอันต้องพังทลาย
เอาเถอะอย่างน้อยๆก็ได้เรียนในที่ใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ
ถึงแม้การปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆนี้จะเป็นเรื่องที่วุ่นวายน่าปวดห้ว
แต่ก็ดีกว่าเรียนที่เดิมมากมายนัก
เพราะถ้าเรียนต่อที่เดิมอีก จะกลายเป็นว่าต้องอยู่แต่ที่เดิมๆเป็น 20 ปีเลยทีเดียว
ขอเบื่อบ้างอะไรบ้างเหอะ
แต่ที่แย่ไปกว่าการต้องปรับตัวกับสถานที่ ผู้คน และการเดินทางแล้ว
คือการปรับตัวเข้ากับเนื้อหา และวิธีการเรียนแบบใหม่ๆ
จะรอดมั้ย??
ต้องมานั่งอ่านหนังสือเตรียมตัวล่วงหน้า
ต้องคอยอ่านทบทวน
ต้องอเลิร์ตขวนขวายทำอะไรเองอยู่ตลอดเวลา มันช่าง..เหนื่อยยิ่งนัก
แม้หลักสูตรจะเขียนไว้ว่า 2 ปี
แต่ไหง มีพี่ปี 3 ปี 4 ได้หว่า??
เล่นเอาใจเสียไปเลยทีเดียว
นอกเรื่องไปไกล
เอาเป็นว่าช่วงนี้อยู่บ้านมากก็เบื่อ
ไอ้ช่วงไหนที่ออกจากบ้านทุกวันก็อยากอยู่บ้าน
มันช่างเป็นอะไรที่ไม่ลงตัวเสียที
เล่นเน็ตก็แล้ว ดูทีวีก็แล้ว เล่นเกมก็แล้ว
ทำยังไงมันก็เบื่อ..
ยกเว้นแต่ว่าจะได้ออกไปช้อปปิ้ง > <
แต่ว่าช่วงนี้เผอิญว่าเป็นโรคทรัพย์จาง.. อดไป..

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น