ได้ฤกษ์อัพบล็อกเรื่องทริปซักที
ต้องรีบอัพก่อนที่เรื่องราวต่างๆมันจะอันตรธานหายไปจากสมองปลาทองน้อยๆนี้ 55+
จะแต่งเป็นนิราศดีมั้ยนี่ 555+
ไว้มีอารมณ์ก่อนนะ จะลองแต่งดู
ทริปนี้ไปพัทยา นับเป็นทริปที่ 4 ของพวกเราแล้วสินะ
หุหุ
หน้าเดิมๆก็ยังเป็น เรา ธัช เจป พี่หมู และ ชาลิ โดยมี สองสาว อีฝ้าย แระ อีมุ มาจอยกันเป็นครั้งแรก
รู้สึกดีใจมากมาย
แต่เสียใจที่ขาประจำอย่างอุ้ง ครั้งนี้ติดธุระ เลยมาไม่ได้
อันนี้ต้องขอเท้าความกลับไปยังจุดเริ่มต้น
ณ งานเลี้ยงรุ่น ในเดือนมกราคม
ที่เราได้มาเจ๊อะกัน นานๆที
ก็ตกลงกันว่า ทริปหน้าไปเสม็ด
(แต่สุดท้ายลงเอยที่พัทยาได้ยัง งง มั้ยล่า 555+)
ที่จริงแล้วก็ต้องย้อนกลับไปอีกเมื่อช่วงปลายปี
เราเคยมีนัดจะไปเที่ยวพัทยากัน
ทว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทำให้ทริปมีอันต้องเป็นไป (มันล่มนี่เอง)
และด้วยความที่กว่าจะสอบเสร็จ จะจองโรงแรมที่เสม็ดรึก็ไม่ทัน (แถมยังแพงอีกต่างหาก)
ประกอบกับ ธัชติดฝึกงานกว่าจะเลิกก็ 4 โมง ไหนจะยังเรื่องวุ่นๆ
สุดท้ายก็กลับมาตายรังที่พัทยา
เพราะนอกจากเหตุผลประการแรกที่ชี้แจงไปแล้วนั้น
มานึกๆดู ถ้าเราจะไปหัวหินรึ ก็คงจะเบื่อกันแล้ว อีกอย่างที่พักประจำก็ไม่มีแล้วด้วย
กิจกรรมก็ไม่มีไรให้ทำมากมายนัก แถมเดินทางไกลอีก เวลากระชั้นชิดแบบนี้จะเตรียมอะไรก็คงไม่ทัน
ดังนั้นแล้ว เรากะชาลิ ก็เลยมัดมือชก จัดไปพัทยามันซะเลย
เพราะ 1.ใกล้ 2.มีกิจกรรมมากมาย 3.หาโรงแรมได้แล้ว .... บลาๆ
แล้วก็จัดโปรแกรม
เอาล่ะ ข้ามๆ
มาถึงเช้าวันศุกร์ที่ 20 เลยแล้วกัน
นัดกันที่โรงเรียน ประตูศาลพระภูมิ
อีมุโทรมาด้วยเหตุว่า หลงทาง!!!!
อีฝ้ายมาถึงก่อนเป็นคนแรก ตามด้วยเราสมทบตามไป ตามมาด้วยพี่หมู และอีมุ สุดท้ายคือเจป
รอบแรกมีกัน 5 คน
รอบ 2 จะตามมาอีก 2 ตอนหัวค่ำ
ออกเดินทางโดยมีแผนที่ที่เราปริ้นออกมาจากเน็ตแบบคร่าวๆ แถมยังไม่ได้อัพเดทนำทาง
ในรถเสียงคุยกันไปเรื่อยๆ
บรรยากาศชวนให้รถเป็นหวัดจริงๆ เด๋วก็ฝนตก เด๋วก็แดดเปรี้ยง
โปรแกรมที่จัดไว้คลาดเคลื่อนเล็กน้อย
เราไปแวะจุดแรกกันที่มอเตอร์เวย์ ซื้อของกินและเข้าห้องน้ำเล็กน้อย จากนั้นก็ตรงไปยังลิปรี่ส์เลย
แหม ค่าเข้าช่างแพงหูฉี่
ก็เลยเล่นไปแค่อย่างเดว เข้าไปในเขาวงกตนั่นเอง
เออ ตื่นเต้นดีแท้ โดยเฉพาะไอ้ห้องที่ 2 ที่มันมืดจนมองไม่เห็นอะไร
ต้องคอยนับว่าเราไปกันครบนะ ไม่ขาด และที่สำคัย ไม่เกิน!
แหม คิดแล้วแอบสยองเล็กๆ ถึงจะรู้ว่าไม่ใช่บ้านผีก็เถอะนะ
บางห้องเราก็ใช้เวลาอยู่ในนั้นค่อนข้างนาน เพราะหาทางออกไม่เจอ 555+
แต่บางห้องก็แป็บเดวเอง
เสร็จจากการเล่นเขาวงกตอันระทึกขวัญ ก็จบลงที่แม็คโดนัล
แล้วก็มุ่งหน้าเข้าโรงแรม
โรงแรมนั้นแผนที่ไม่ช่วยอะไรเลย สุดท้ายก็ต้องโทรถามและหาเจอในที่สุด
เราได้ห้อง 2 ห้องที่ติดกันและทะลุถึงกันได้
สภาพโรงแรมค่อนข้างเก่าเลยทีเดียว บางครั้ง บางมุมถึงกับชวนให้ขนหัวลุกกันได้เลยทีเดียว
หลังจากเราเก็บของ จับจองเตียงนอนกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาออกมาเดินเล่นรับแดดร้อนๆตอนเย็น
โอ้ว แดดมันช่างแร๊งแรง จนไม่อยากจะลงเล่นทะเล
ก็เลยเห็นพ้องต้องกันว่าจะไปลงเล่นน้ำในสระของโรงแรมแทนก็แล้วกันนะ
แต่ดั๊นไม่มีใครพกชุดว่ายน้ำมาซะด้วยสิ ก็เลยเดินหาซื้อกัน
แต่สุดท้ายทุกคนได้ชุดว่ายน้ำกันหมด ยกเว้นเราคนเดว เนื่องจากที่ร้านมันของหมด
และที่สำคัญเกิดอุปสรรคระหว่างทางทำให้ต้องรีบกลับเข้าโรงแรมโดยด่วน!
(ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ)
ในเมื่อทุกคนมันว่ายน้ำกัน (เด่นมากนะคะ เพราะในสระมีแต่ฝรั่งใส่บิกินี่ 55+)
เราก็ถ่ายรูปให้เป็นพิธี
จากนั้นเมื่อถึงเวลาอันสมควรก็ขึ้นไปอาบน้ำกัน
และธัชกับชาลิก็มาถึงในที่สุด
อันที่จริงต้องมาเร็วกว่านี้ แต่ว่ารถติดมหาศาลเพราะงานมิวสิคเฟสติเวล
หลังจากที่มากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วเราก็ไปหาอะไรกินกัน
อ้อ ลืมเล่าไปว่า รถของพี่หมูเป็นปาเจโร่ สามารถนั่งกันได้ 7 คนอย่างสบ๊ายสบาย จริงๆน่าจะนั่งได้อีกคน สองคนด้วยซ้ำ
ส่วนรถธัชก็เป็นรถเก๋งปกติ
แต่ว่าเพื่อความคล่องตัว 7 ชีวิตก็ยัดกันลงไปในรถเก๋งคันเล็ก
และฝากชีวิตไว้กับฝีเท้าของธัช
การเดินทางช่างหวาดเสียว และสวิทสวาสดั่งคาด
หุหุ
พวกเราจอดรถไว้ที่เวเวอร์นิว แล้วเดินเท้าต่อไปยังเซนทรัลพัทยา
เพื่อกิน ฮาจิบังราเมน
จากนั้นก็เดินเลียบไปตามถนนเลียบหาด ซึ่งบัดนี้มีการจัดเตนท์ร้านค้าตลอด 2 ข้างทาง
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งงานมิวสิคเฟสติเวลนั่นเอง
จากนั้น ก่อนจะกลับก็ได้แวะถ่ายรูปและซื้อหนมกันที่เอเวอร์นิว
กลับถึงห้องหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ทุกคน (ยกเว้นเรา) ก็ไปนั่งเล่นเกมอยู่ที่ห้องผู้ชาย
เนื่องจากเวลานั้นก็เกือบตี 1 แล้ว รู้ตัวดีว่าถ้าไม่นอนจะไม่รอดพรุ่งนี้ ก็เลยขอบายกิจกรรมยามค่ำคืนไป
แต่เพื่อนๆก็อึดกันมาก กว่าจะนอนอีกทีก็ปาไปตี 5 แระ
ขอสารภาพว่า ถึงจะนอน แต่ก็แทบไม่ได้หลับเลย มันนอนไม่หลับ อย่างรุนแรง
วันรุ่งขึ้นแน่นอนว่าเราตื่นมาเป็นคนแรก จากนั้นก็อีมุ และลงไปกินข้าวกันก่อน 2 คน
ขอบอกว่า.. มันไม่อร่อยเลยแหละอาหารบุฟเฟต์ของโรงแรมแห่งนี้
หลังจากรอให้ทุกคนกินข้าวจนอิ่มหนำกันแล้ว
ก็ได้เวลาลุยกันแระแหละ
เดิมทีตั้งจะไปเพนท์บอลแถวริมหาด แต่ว่ามันเจ๊งโบ๊งไปแระ
เลยต้องไปอีกที่นึงที่มันมีบันจี้จั้มพ์ด้วย
โชคดีที่ไปถึงค่อนข้างเช้า ก็เลยไปมีใครมาแย่ง
สวมชุดหมีสีเขียวแก่ตัวใหญ่ และหนัก ที่สำคัญร้อนมาก
แถมยังต้องผูกผ้าพันคอ และโพกหัวอีกต่างหาก
แบ่งเป็น 2 ทีม ดังนี้
ทีมสีแดง นำทีมโดย พี่หมู ชาลิ มุ
และทีมสีเหลือง นำทีมโดย ธัช เจป โม และ ฝ้าย
เกมต่อสู้กันอย่างดุเดือดเมามัน
ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาลิ พี่หมู และ ธัชกับเจป ดูจะออกรสเป็นพิเศษ
ในขณะที่ลูกกระจ๊อกอย่างเราๆ ได้แต่ยองๆอยู่หลังบังเกอร์ และซุ่มแอบยิงเท่านั้น
55+ ขนาดแค่ยองๆยังเหนื่อยเรยค่ะ
ผลสรุปออกมาเสมอกันจ้ะ
แต่มันส์ไม่มันส์ไม่รู้ รู้แต่ว่าล่อเอารองเท้าราคาแพงของชาลิขาดไปเรยทีเดว
หลังจากเสร็จจากการต่อสู้ที่ดุเดือด
ทุกคนอาบเหงื่อจนตัวเปียกโชก เหนื่อยจนหมดสภาพ
เริ่มลังเลว่าจะกลับไปอาบน้ำแล้วชิวดี หรือจะไปตามโปรแกรมต่อดี
สุดท้ายก็ตัดสินใจลุยต่อ (แหม่ อึดกันจริงๆ)
แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
ดังนั้นมื้อเที่ยงนี้ ก็ไปลงเอยที่ภัตรคารอาหารญี่ปุ่น เซน ที่เซนทรัลอีกเช่นเคย
พร้อมกับชาลิก็ต้องถอยรองเท้าคู่ใหม่โดยจำใจ
เสร็จจากอาหาร ความคิดเห็นเริ่มแตกแยก
หนึ่งอยากไปชิวออนเดอะบีช
อีกหนึ่งอยากไปมันส์กับหนังสี่มิติที่ริปรี่ส์
สุดท้ายก็เลยต้องแยกย้าย และไปเจอกันที่ร้านอาหารอิตตาเลี่ยนซึ่งธัชโทรจองไว้
แต่ทั้งนี้เรากลับไปตั้งหลักที่โรงแรมก่อน
ในขณะที่ทุกคนไปเล่นน้ำในสระว่ายน้ำของโรงแรม
ชาลิคงง่วนอยู่กับการทำรายงานบนห้อง
เช่นเดียวกับเราที่ขออาบน้ำก่อน จะได้ไม่ต้องแย่งกับอีมุอีฝ้าย ที่จะขึ้นมาอาบหลังว่ายน้ำเสร็จ
เมื่ออาบน้ำเสร็จ ธัชกับชาลิแยกไปริปรี่ส์ ส่วนที่เหลือก็ไปออนเดอะบีชกัน
ถ่ายรูปเล่นนั่นแหละ
แต่ว่าน่าเสียดายที่พี่หมูต้องขับรถ จึงไม่อยากย่ำทราย ได้แต่มองเราเล่นพิเรนทร์ๆกัน 555+
เมื่อได้เวลาก็ไปนัดเจอกับธัชที่ปั๊มเอสโซ
และขับตามๆกันไป
ระหว่างทางหน็อยแน่ะ มีไอ้รถบ้ามาคั่นกลาง
แต่ธัชก็สวิทสวาสหลบรอรถพี่หมู เป็นเช่นนี้อยู่เรื่อยจนถึงจุดหมายปลายทาง
เป็นร้านอาหารอิตตาเลี่ยนเล็กๆน่ารัก แต่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน
โชคดีที่เราจองที่นั่งไว้แล้ว จึงไม่เป็นปัญหา
สั่งไปประมาณ 10 จานได้
แต่ระหว่างรอให้อาหารมาเสิร์ฟ แต่ละคน จะหลับคาโต๊ะเอาเสียให้ได้ 55+
ครั้นอยากจะเล่นเกม ก็กลัวจะเสียงดังรบกวน และอาจถูกเชิญออกจากร้านได้
ก็เลยนั่งหง่าวรออาหารกันต่อไป
อาหารค่อยๆทยอเสิร์ฟทีละจาน แล้วก็แร้งลง หมดอย่างรวดเร็วทีละจานเช่นกัน
รสชาตินั้น.. อร่อยแบบไม่ต้องบรรยาย
ถึงเวลาเช็คบิลก็อึ้งกันไปตามๆกัน
โอ้ว อาหารมากมายเป็นสิบจาน แต่ราคาไม่ถึง 2000 บาท แถมอร่อยอีกต่างหาก
พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก
จัดการกับอาหารค่ำเสร็จ ก็ถึงเวลาที่ธัชต้องบึ่งรถกลับกรุงเทพคนเดว
ทุกคนก็ร่ำลา
แล้วกลับไปกบดานยังโรงแรมต่อ
คืนนี้ได้เล่นกันบ้างเล็กน้อย
มีเกมอะไรนะ ที่เรียกชื่อ แล้วก็ปลาโลมา กะไพ่ตอแหล
แต่เนื่องจากพรุ่งนี้อีฝ้ายต้องตื่นเช้า ก็เลยขอตัวไปนอนก่อน เราก็ไปด้วย
คืนนี้ไม่ดึกเท่าคืนก่อน และหลับสนิทจนไม่อยากจะตื่น
แต่ก็ตื่นมาปลุกอีฝ้าย แล้วก็ได้ยินเสียง อีฝ้าย ชาลิ แล้วก็พี่หมูตื่นเล้ว
เพราะต้องไปส่งอีฝ้ายที่บ้านญาติ ซึ่งชาลิและพี่หมูบ่นว่า ถ้าเอากระเป๋าเดินทางไปด้วยนะ
จะปล่อยให้พวกเรานั่งรถตู้กลับกรุงเทพแล้ว เพราะอีกไม่กี่สิบกิโลมันก็จะถึงกรุงเทพแล้วนั่นเอง
เหอๆ
ชาลิกับพี่หมูกลับมาด้วยความหิวกระหาย และรีบลงไปจัดการกับอาหารเช้า
หลังจากที่ทุกคนเก็บข้าวของกันเรียบร้อยแล้วก็เช็คเอาท์
มุ่งตรงไปยังตลาดน้ำ 4 ภาค ที่มันโฆษณานักหนา
แต่สุดท้าย..มันช่าง.. ไม่มีไรเลย
เห็นฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลก็เลยรีบออกเดินทางต่อ
แวะเมืองจำลอง ถ่ายรูปและวิดีโอเล่นกันอีกเล็กน้อย ก่อนมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ
เรากลับถึงเกษตรอย่างสวัสดิภาพในเวลาเประมาณบ่ายโมงกว่าๆเอง
จบแล้วทริปนี้ รู้สึกมันขาดๆยังไงก็ไม่รู้
คงเพราะวันสุดท้ายรีบออก กลัวรถติดคนกลับจากงานมิวสิคเฟสติเวล
แล้วธัชกะอีฝ้ายก็กลับไปก่อน แถมวันแรกธัชกะชาลิก็ยังตามมาตอนค่ำแล้ว เลยไม่ค่อยได้กิจกรรมกันเท่าไหร่นัก
แต่อย่างไรก็ดี ก็เป็นอีกทริปที่น่าจดจำ และประทับใจ
ก่อนเปิดเทอมนี้ จะได้มีอีกทริปนึงมั้ยน๊า??
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

แง๊ๆๆๆๆ ขาดข้าเจ้าไงเลยรุสึกแปลกๆๆ
ตอบลบเค้าอยากไปด้วยอะ